วัดดอนขมิ้น ปัจจุบันตั้งอยู่เลขที่ ๑ หมู่ที่ ๓ ถนนสาย ลูกแก-ห้วยกระบอก (ถนนหลวงสายที่ ๓๓๙๔) ตำบลดอนขมิ้น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ห่างจากรุงเทพฯ ไปทางทิศตะวันตก ประมาณ ๘๐ กิโลเมตร
วัดดอนขมิ้น แต่เดิมเป็นเพียงสำนักสงฆ์ ชื่อว่า สำนักสงฆ์โพธิ์ทอง สร้างขึ้นในปี พ.ศ.๒๔๗๐ เดิมมีเนื้อที่ประมาณ ๑๐ ไร่ โดยได้รับบริจาค จากนายหวุนจุก นางทิพย์ ประดิษฐ์พงษ์,นายลี นางศรี เหมณีย์,นายเกียงสิ่ว แซ่กอ,แม่ปอเอ็ง แซ่ตั้ง ได้ร่วมบริจาคที่ดิน และวัสดุอุปกรณ์ ในการก่อสร้างวัด โดยทั้งหมดนี้ ได้ไปชักชวนนาง เหลง ชัยคุณแสง และชาวบ้านไปกราบอาราธนานิมนต์ ท่านพระอาจารย์ยิ้ม ธัมมโชโต จากวัดเฉลิมอาสน์ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี มาเป็นเจ้าสำนักสงฆ์ (พระอธิการยิ้ม ธัมมโชโต นามสกุล “เคนตุ่น” พื้นเดิมท่านอยู่ที่ บ้านหนองเสือ ตำบลหนองดินแดง อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม)
มูลเหตุที่ได้ชื่อว่า สำนักสงฆ์โพธิ์ทองก็เพราะว่าท่านเจ้าคุณพระธรรมเสนานีเจ้าคณะจังหวัดราชบุรี เป็นผู้ตั้งให้ คงเป็นเพราะท่านคงเห็นว่า บริเวณโดยรอบที่ตั้งสำนักสงฆ์นั้นมี ต้นโพธิ์ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก จึงได้ตั้งชื่อให้ว่า “สำนักสงฆ์โพธิ์ทอง” (ในสมัยนั้นขึ้นอยู่กับเขตจังหวัดราชบุรี)
ต่อมากระทรวงศึกษาธิการ (ในสมัยนั้นเรียก กระทรวงธรรมการ)ได้ประกาศตั้งให้ สำนักสงฆ์โพธิ์ทอง เป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อวัน ๒ ค่ำ เดือน ๒ ปีมะเส็ง ตรงกับวันพุธที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๗๒ (วันที่ ๑ มกราคม สมัยนั้นยังไม่ใช่วันขึ้นปีใหม่ ไม่ใช่วันหยุดราชการ)
พ.ศ. ๒๔๗๓ หลวงพ่อยิ้ม และคณะกรรมการวัด-ชาวบ้าน ได้สร้างโรงเรียนขึ้นโดยได้กราบอาราธนาท่านเจ้าคุณพระธรรมเสนานี เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี มาเป็นประธานเปิดโรงเรียน ซึ่งในตอนนั้นใช้ศาลาของวัดเป็นโรงเรียน โดยมีครูสอนคนแรก คือพระภิกษุบุญรอด ( นายณรงค์ หนูเกตุ ) แห่งวัดโพธิ์ทอง เป็นผู้สอน
พ.ศ. ๒๔๗๕ หลวงพ่อยิ้ม ได้สร้างกุฏิหลังใหม่ขึ้น โดยได้สร้างห่างจากที่ตั้ง เดิมถัดมาทางทิศใต้ ประมาณ ๑๐๐ เมตร ปัจจุบันกุฏิหลังนี้ยังใช้เป็นที่อยู่อาศัยของพระภิกษุสามเณร
พ.ศ. ๒๔๘๔ โดยประมาณ หลวงพ่อยิ้ม และคณะชาวบ้านได้ขอเปลี่ยนชื่อวัดจาก “วัดโพธิ์ทอง” มาเป็น “วัดดอนขมิ้น” ตามชื่อหมู่บ้านและตำบลที่วัดตั้งอยู่
พ.ศ. ๒๔๘๖ หลวงพ่อยิ้มได้เป็นโรคมะเร็งกรามช้าง นางม่อย เจริญสุข แม่กำนันรอด ได้ไปหาหมอผ่าตัดฝีมะเร็งกรามช้างให้ แต่ก็ไม่หาย และหลวงพ่อยิ้มก็ได้มรณภาพลงในปี พ.ศ. ๒๔๘๖ นั้นเอง ในขณะที่ท่านมีอายุได้ประมาณ ๖๕ ปี รวมระยะเวลาที่ท่านได้มาเป็นเจ้าอาวาส ที่วัดนี้ประมาณ ๑๕ ปี
เมื่อวัดดอนขมิ้น ยังไม่มีเจ้าอาวาส ทางคณะกรรมการวัด และชาวบ้าน นำโดย นายหวุนจุก ประดิษฐ์พงศ์ ,นางม่อย เจริญสุข และคณะได้ไปกราบอาราธนาพระอาจารย์สด สุภาจาโร จากวัดโพธิ์ไพโรจน์ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี มาเป็นเจ้าอาวาส พื้นเดิมท่านอยู่บ้านบางเลน ตำบลดอนทราย อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี)
พ.ศ. ๒๔๘๘ ได้สร้างหอสวดมนต์ เป็นอาคารไม้ และท่านพระอาจารย์สด ท่านได้ร่วมสร้างโต๊ะ-เก้าอี้ ให้แก่โรงเรียนวัดดอนขมิ้น และสร้างหอระฆัง ควบคู่กันไปด้วยจนสำเร็จเรียบร้อย และในปี พ.ศ.๒๕๐๒ ท่านหลวงพ่อสด ก็ได้ลาสิกขาไป รวมระยะเวลาที่ท่านได้มาเป็นเจ้าอาวาสที่วัดนี้ ๑๖ ปี
เมื่อวัดดอนขมิ้นว่างเจ้าอาวาส ทางคณะกรรมการวัด และชาวบ้าน จึงไปกราบอาราธนา ท่านพระครูพุทธสรโสภณ หรือหลวงพ่อเปี่ยม พุทธสโร จากวัดลูกแก ตำบลดอนขมิ้น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี มาเป็นเจ้าอาวาส เมื่อวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๓ ปี ชวด ตรงกับศุกร์ที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ.๒๕๐๓ (หลวงพ่อเปี่ยม ชื่อจริงว่า “สมบูญ นามสกุล กิจวัตร” เดิมอยู่บ้านเลขที่ ๑๖ ตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี)
พ.ศ. ๒๕๐๓ หลวงพ่อเปี่ยมได้ก่อสร้างห้องน้ำและห้องสุขา พร้อมทั้งช่วยพัฒนาโรงเรียน
พ.ศ. ๒๕๐๙ ได้มีท่านอาจารย์กก ธัมเตโช ซึ่งเป็นชาวเชียงราย ได้มาอยู่จำพรรษาที่วัดดอนขมิ้นด้วย หลวงพ่อกก ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงมาก มีศิษย์ยานุศิษย์มากมายและที่เป็นนายทหารที่ ให้ความเคารพนับถือหลวงพ่อกกมากมาย เช่น พลเอกสำราญ แพทย์กุล , พลเอกบุญชู จันทรุเบกษา , พ.ท.ชาตรี ขันติยานัน และคหบดีพ่อค้าประชาชนทั่วไป
พ.ศ. ๒๕๑๐ วัดดอนขมิ้นได้ทำการสร้างอุโบสถ คณะกรรมการวัด และศิษยานุศิษย์ ของหลวงพ่อเปี่ยม และหลวงพ่อกก ได้กราบทูลเชิญสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี(สมเด็จย่า)ให้ทรงเสด็จมาวัดดอนขมิ้น ซึ่งสมเด็จย่าก็ทรงพระเมตตาเสด็จมาวัดดอนขมิ้น โดยเฮลิคอปเตอร์ เมื่อวันแรม ๑๓ ค่ำ เดือน ๘ ปี ระกา ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๒ ได้ทรงบริจาคทรัพย์ส่วนพระองค์ ร่วมในการสร้างอุโบสถ นอกจากนี้ยังได้ทรงเชิญชวนให้ประชาชนที่มาเข้าเฝ้ารับเสด็จ ให้ร่วมบริจาคทรัพย์สร้างอุโบสถด้วย และพระองค์ได้ทรงปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ และต้นชัยพฤกษ์ที่บริเวณหน้าวัดไว้เป็นอนุสรณ์ที่ระลึกแก่วัดดอนขมิ้นด้วย ยังความปลื้มปิติยินดี แก่คณะสงฆ์ และพสกนิกรที่มาเฝ้ารับเสด็จ เป็นอย่างยิ่ง
เมื่ออุโบสถสร้างเรียนร้อยดีแล้ว จึงได้กราบอาราธนาทูลเชิญสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช “จวน อุฎฐายี” มาเป็นประธานในการทำสังฆกรรม ฝังลูกนิมิตผูกพัทธสีมา เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๓
นอกจากนี้หลวงพ่อเปี่ยม และหลวงพ่อกก ยังได้ร่วมกันสร้างกุฎิสงฆ์ สร้างวิหารหลวงพ่อขาว สร้างกำแพงศิลาแลงรอบวัด และแท๊งก์น้ำเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๘
พ.ศ. ๒๕๒๐ สร้างซุ้มบันได พ.ศ. ๒๕๒๑ สร้างอาคารโรงเรียนวัดดอนขมิ้น ขนาด ๒ ชั้น พ.ศ. ๒๕๒๔ สร้างหอฉันและ พ.ศ. ๒๕๒๕ สร้างเมรุและศาลาคู่เมรุแต่ยังไม่สำเร็จเรียบร้อยดีนัก หลวงพ่อเปี่ยมก็ล้มป่วย และได้ถึงแก่มรณภาพลงด้วยโรคมะเร็งที่ถุงน้ำดี ณ โรงพยาบาลบ้านโป่ง เมื่อวันแรม ๒ ค่ำ เดือน ๓ ปีขาลตรงกับวันอังคารที่ ๒๕ กุมภาพันธุ์ พ.ศ. ๒๕๒๙ รวมระยะเวลาที่ท่านหลวงพ่อเปี่ยมได้มาเป็นเจ้าอาวาสที่วัดดอนขมิ้น ๒๗ ปี
เมื่อเจ้าอาวาสว่างลง คณะกรรมการวัด และชาวบ้าน ได้ไปกราบอาราธนาพระอาจารย์กิมทรง ธัมมทินโน จากวัดคร้อพนัน ตำบลท่าไม้ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี มาเป็นเจ้าอาวาส เมื่อวันขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๘ ปี ขาล ตรงกับวันอังคารที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๙ (พระอาจารย์กิมทรง นามสกุล ซิบเข พื้นเดิมท่านอยู่บ้านคร้อพนัน ตำบลท่าไม้ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี)
พระอาจารย์กิมทรงได้มาทำการก่อสร้างเมรุ และศาลาคู่เมรุ ต่อจนเสร็จเรียบร้อย นอกจากนี้ยังได้ก่อสร้าง ห้องเก็บบรรจุอัฐิบรรพชน ปรับปรุง ซ่อมแซม ศาลาเขียว และได้ดำเนินการวางศิลาฤกษ์ ก่อสร้างหอสวดมนต์ ซึ่งเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดใหญ่ แต่ยังไม่สำเร็จ ท่านพระอาจารย์กิมทรงก็ได้ทำการลาสิกขาไปเมื่อ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีจอ ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๗ รวมระยะเวลาที่ท่านพระอาจารย์กิมทรง ธัมมทินโน ได้มาเป็นเจ้าอาวาสที่นี้ ๙ ปี
เมื่อวัดดอนขมิ้นไม่มีเจ้าอาวาส คณะกรรมการวัด และชาวบ้าน ได้นิมนต์ท่านเจ้าคุณพระวิสุทธิกาญจนวิบูลย์ เจ้าคณะอำเภอท่ามะกา วัดพระแท่นดงรังฯ และท่านพระครูปัญญากาญจนา-ภรณ์ เจ้าคณะตำบลดอนขมิ้น วัดห้วยตะเคียน มาร่วมประชุม และในที่สุด ก็ได้มีมติให้อาราธนา พระสุพิน สุภทฺโท จากวัดลูกแก มาเป็นเจ้าอาวาส เมื่อวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๒ ปี กุน ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๘ จนปัจจุบันนี้ (พระสมุห์สุพิน สุภัทโท นามสกุล “กริ่งกาญจนา” หรือพระอาจารย์โก๊ะ พื้นเดิมท่าน อยู่ที่บ้านตลาดลูกแก ตำบลดอนขมิ้น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี อุปสมบทที่วัดลูกแก เมื่อวันอังคารที่ ๑๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๕ แรม๕ ค่ำ เดือน ๕ ปี จอ
พระสมุห์สุพิน เมื่อมาอยู่วัดดอนขมิ้น ก็ได้ทำการซ่อมแซมเสากุฏิ พื้นกุฏิ ที่สร้างมาตั้งแต่สมัย พระอาจารย์ยิ้ม ธัมโชโต ปีที่สร้างคือ พ.ศ. ๒๔๗๕ ซ่อมแซมศาลาครอบเมรุช่วงหลังคา และหลังคาอุโบสถ สร้างโรงครัวบนวัด สร้างหอสวดมนต์ที่ค้างอยู่
พ.ศ.๒๕๔๕ พระสมุห์สุพิน ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระครูสัญญาบัตรวัดราษฎร์ ชั้นโท นามว่า พระครูสุพัฒนกาญจนกิจ และเป็นเลขานุการเจ้าคณะตำบลดอนขมิ้น ปัจจุบันวัดดอนขมิ้น มีพระภิกษุจำพรรษา ๓๔ รูป สามเณร ๙ รูป และได้ดำเนินการขยายพื้นที่วัด จัดวางผังในการสร้างเสนาสนะ จัดทำสวนป่า รวมถึงจัดกิจกรรมสงเคราะห์ชุมชน การศึกษาสงเคราะห์ การเผยแผ่ และอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง
พ.ศ.๒๕๔๙ วัดดอนขมิ้น ได้รับคัดเลือกจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้เป็นอุทยานการศึกษาในวัด ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๙
พ.ศ.๒๕๕๐ วัดดอนขมิ้น ได้รับคัดเลือกเป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดกาญจนบุรี แห่ง ๑๒ ตามมติมหาเถรสมาคม ที่ ๕/๒๕๕๐ ลงวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐